Article6

รู้มั้ยสิวมีกี่ชนิด และแต่ละชนิดรักษาอย่างไร

สิวอุดตัน – สิวอุดตัน นับว่าเป็นสิวที่สร้างความกวนใจต่อผู้ที่ต้องเผชิญอยู่ไม่น้อย เพราะสิวอุดตันคือสิวที่พบได้มากที่สุด ซึ่งมันจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเราและสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของใบหน้า เพราะมันทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ขรุขระเป็นตุ่มเป็นเนิน แม้ว่าสิวชนิดนี้จะดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่สร้างความเจ็บปวด แต่มันก็ดื้อด้านพอสมควร ไม่มีทางหายไปได้เอง พูดง่าย ๆ ว่าถ้าไม่รีบกำจัดออกมันก็จะยิ่งอัดแน่นในรูขุมขุมขนและอาจลุกลามจนเกินเยียวยา จนเข้าขั้นเป็นสิวโคม่าเลยทีเดียว
วิธีการรักษา – ดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาดบนใบหน้า เลือกใช้เครื่องสำอางให้เหมาะกับสภาพผิว เลี่ยงการเอามือไปสัมผัสใบหน้า ไม่ควร เช็ดถูหน้า หรือนวดหน้าแรง ๆ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ดื่มน้ำให้มาก ๆ ในแต่ละวัน เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดอาหารที่มีไขมันสูง หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีมลพิษมาก ๆ และสถานที่อับชื้น
สิวอักเสบ – ในบรรดาสิวทั้งหลายต้องยอมรับเลยว่า “สิวอักเสบ” นั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ เพราะเจ้าสิวอักเสบนั้นถือเป็นสิวภาคต่อของสิวอุดตัน เพราะเมื่อสิวอุดตันเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย Propionibacterium acne หรือ พีแอ็คเน่ (P.acne) มันก็จะกลายร่างเป็นสิวอักเสบ ซึ่งจากสิวอุดตันที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมันก็จะดันตัวนูนขึ้นมากลายเป็นจุดแดง ๆ หรือเป็นหัวหนองที่แถมความเจ็บปวดมาให้ พอยุบตัวลงมันยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เจ็บชอกช้ำระกำใจอีกด้วย
วิธีการรักษา – หากสิวอักเสบที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กและเป็นไม่มาก คุณแค่ดูแลรักษาความสะอาดบนใบหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อลดความมันบนใบหน้า ไม่ไปแกะ แคะ เกา หรือเอามือไปจับบ่อย ๆ จนทำให้แบคทีเรียมันตกลงไปในรูขุมขน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้สิวไม่อักเสบและระบมเพิ่มขึ้นได้แล้ว

สิวหัวหนอง  – ถือว่าเป็นสิวอักเสบประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการอักเสบของเซลล์ผิว เนื่องจากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตัน หรือเกิดขึ้นจากอุดตันของไขมันที่ร่างกายทำการขับออกมาจากรูขุมขน เมื่อแบคทีเรียในสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเข้าไปทำปฏิกิริยาย่อยสลายไขมันเหล่านั้น แล้วเกิดการย่อยสลายที่ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดการอักเสบขึ้นจนกลายเป็นหนอง
วิธีการรักษา – ให้กดหัวสิวออกด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยใช้เข็มสะกิดเพื่อเปิดหัวสิวออก ซึ่งจะทำให้สามารถกดออกมาได้ง่ายขึ้น และทำให้อัตราการอักเสบลดน้อยลง จากนั้นใช้ Cotton bud กดบริเวณรอบๆหัวสิวเพื่อให้หัวสิวหลุดออกมา (ห้ามใช้มือบีบ เพราจะเป็นสาเหตุให้การช้ำและเกิดรอยดำตามมา)

สิวผด – สิวประเภทนี้จะพบเห็นได้บ่อย ๆ มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็ก ๆ และแหลม มักจะดูเรียบหรือดีขึ้นในตอนเช้า และจะเห่อ ๆ ในช่วงตอนบ่ายๆ บางครั้งผื่นอาจมีลักษณะสีแดงและคันได้ หากล้างหน้าบ่อยมักจะเป็นมากขึ้น และยิ่งรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนบริเวณที่พบได้บ่อย ๆ คือ บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะ หน้าผาก และขมับ โดยมีทั้งประเภทอักเสบและไม่อักเสบ ซึ่งหลายคนที่มีปัญหาสิวผดซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณใบหน้า หน้าผาก ช่วงอากาศร้อนสูงจะเห่อมากกว่าปกติ ส่วนช่วงเช้าจะไม่มีปรากฏหรือมีปรากฏน้อยกว่าช่วงบ่ายที่แดดแรง ๆ
วิธีการรักษา  – ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัว หากต้องการป้องกันสิวทุกชนิดและยับยั้งไม่ให้มันลุกลาม ด้วยการฝึกตัวเองและยับยั้งห้ามใจไม่ไปรบกวนผิวหน้า เช่น การนวดหน้า ขัดหน้า เช็ดถูหน้า คุ้ย แคะ แกะเกาใบหน้าบ่อย ๆ เพราะบางคนเป็นสิวก็เกิดความกังวลและลูบไล้ใบหน้าอยู่บ่อย ๆ จนลืมไปว่ามือเราไม่สะอาด และอาจเป็นการไปกระตุ้นสิวที่มีอยู่แล้วให้ลุกลามมากยิ่งขึ้น
ล้างหน้าอย่างถูกวิธี คุณไม่ควรล้างหน้าบ่อย ๆ เพราะธรรมชาติอย่างหนึ่งของสิวผดก็คือ เมื่อเรายิ่งล้างหน้าบ่อยก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นการเกิดสิวผดให้รุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณควรล้างหน้าเฉพาะที่จำเป็น ไม่เกินวันละ 2-3 ครั้ง (ในระหว่างวันให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า) ไม่ควรใช้น้ำอุ่นในการล้างหน้า หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยสบู่ และหลังจากออกกำลังกายเสร็จก็ควรล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ความมันบนใบหน้า และแบคทีเรีย

สิวเสี้ยน –  อีกปัญหาหนึ่งของสิวที่น่ากวนใจเลยไม่น้อย เพราะเจ้าสิวชนิดนี้จะมาทีเป็นกองทัพ มีสาเหตุการเกิดสิวคล้าย ๆ กับสิวอุดตัน แต่มีความแตกต่างตรงที่สิวเสี้ยนจะมีขนเข้ามารวมตัวอยู่กับไขมันด้วย ซึ่งขนเหล่านั้นจะมีจำนวนมากกว่าเส้นเดียว บางคนแค่สิวหัวเดียวยังมีขนขดอยู่ถึง 50 เส้น แล้วขนที่รวมตัวขดกันอยู่ก็ไม่หลุดร่วงอย่างที่ควรจะเป็น จึงทำให้มันสะสมสิ่งสกปรกแล้วอุดตันจนกลายเป็นสิว
วิธีการรักษา – เริ่มจากดูแลตัวเอง เราสามารถลดสิวเสี้ยนได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ โดยการรักษาความสะอาดบนใบหน้า พยายามอย่าให้หน้ามัน หากหน้ามันระหว่างวันก็ให้ใช้ทิชชู่ซับหน้าแทนการใช้กระดาษซับมัน หรือจะล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าแล้วซับหน้าให้แห้งก็ได้ และไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง พยายามเลือกใช้เครื่องสำอางที่ช่วยดูดซับความมัน เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีเนื้อบางเบา เช่น แบบเจลหรือโลชั่น และใช้ในปริมาณน้อย เพื่อลดการอุดตันบริเวณรูขุมขน และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม เน้นรับประทานผักและผลไม้ให้มาก ๆ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว